แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ สุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เรื่องของขมิ้นชัน


ขมิ้นชัน เป็นพืชสมุนไพรชนิดหนึ่ง ซึ่งสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ เนื่องจากมีคุณประโยชน์และงานวิจัยทางด้านการแพทย์กล่าวโดยสรุปได้ดังนี้
1. มีประโยชน์ต่อระบบทางเดินอาหาร โดยช่วยลดท้องอืด ท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร บำรุงตับ ลดการเจ็บป่วยจากโรคลำไส้เรื้อรัง
2. มีประโยชน์ต่อระบบหัวใจ หลอดเลือดหัวใจ และ สมอง โดยช่วยในเรื่องโรคหัวใจและหลอดเลือด ลดการตายของกล้ามเนื้อหัวใจและป้องกันเซลล์สมองตายจากการขาดเลือด
3. มีประโยชน์ในด้านการช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็งหลายชนิด ได้แก่ มะเร็งลำไส้ใหญ่ มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งต่อมน้ำเหลือง มะเร็งเม็ดโลหิตขาว มะเร็งปอด มะเร็งตับ มะเร็งเต้านม มะเร็งรังไข่ และอาจลดมะเร็งปากมดลูกอีกด้วย
4. มีประโยชน์ในด้านช่วยบำรุงสมอง และอาจช่วยเรื่องอัลไซเมอร์
5. ช่วยฆ่าเชื้อมาเลเรีย

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides)

ไตรกลีเซอไรด์ (Triglycerides) เป็นไขมันในเลือดอย่างหนึ่ง แต่ต่างจากโคเลสเตอรอลที่คนทั่วไปรู้จักกันดี เมื่อเรากินอาหารที่มีจำนวนแคลอรีมากกว่าที่ร่างกายต้องการใช้ ร่างกายก็จะเปลี่ยนไปเป็นไตรกลีเซอไรด์ แล้วเก็บตุนไว้ในเซลล์ไขมัน ระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดที่สูงมีผลเสียต่อสุขภาพ
ผลเสียต่อสุขภาพที่ว่าคือ   แม้โคเลสเตอรอลจะไม่สูงแต่ถ้าไตรกลีเซอไรด์สูงก็จะทำให้มีความเสี่ยง ต่อการเป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคหัวใจขาดเลือด อัมพฤกษ์อัมพาต นอกจากนี้ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงมากๆ อาจจะทำให้เกิดโรคตับอ่อนอักเสบซึ่งอาจร้ายแรงถึงเสียชีวิตได้
ภาวะที่อาจจะทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง มีดังนี้
  • ดื่มเหล้ามาก แอลกอฮอล์ทำให้ตับผลิตไตรกลีเซอไรด์มากขึ้น และทำให้การลดลงของไขมันในเลือดช้ากว่าปกติ
  • การกินอาหารที่มีแคลอรีมากเกินไป โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตายมาก ส่วนเกินเหล่านี้จะกลายไปเป็นไตรกลีเซอไรด์ในร่างกาย
  • คนที่มีอายุมากขึ้น โดยธรรมชาติจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้นกว่าคนอายุน้อย
  • ยาบางอย่างที่บริโภคเข้าไป อาจทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น เช่น ยาขับปัสสาวะไธอาไซต์ ฮอร์โมนเพศหญิง ยาคุม กำเนิดบางชนิด
  • พันธุกรรมมีส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูง ขึ้น ถ้าท่านมีญาติที่เป็นโรคหัวใจขาดเลือดหรือมีระดับไตรกลีเซอไรด์สูง ท่านก็จะมีความเสี่ยงมากขึ้น เพราะภาวะนี้สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้
  • โรคบางอย่าง ทำให้ระดับไตรกลีเซอไรด์สูงขึ้น เช่น โรคเบาหวานชนิดที่ 2 โรคต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อย โรคไต และโรคตับ
ท่านที่สงสัยว่าระดับไตรกลีเซอไรด์ในเลือดของท่านสูงหรือไม่ อาจตรวจได้โดยการเจาะเลือด แต่ก่อนที่จะไปตรวจต้องเตรียมตัวโดยการงดอาหารตั้งแต่มื้อเย็นก่อนวันไปตรวจ จนถึงรุ่งเช้า หมอจะสั่งเจาะเลือดตรวจ Lipid Profile ซึ่งเป็นการตรวจไขมันหลายตัว รวมทั้ง HDL Cholesterol (โคเลสเตอรอลตัวดี) LDL Cholesterol (โคเลสเตอรอลตัวร้าย) และไตรกลีเซอไรด์ด้วย การตรวจนี้จะทำให้รู้ภาพรวมของไขมันในเลือด
ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงหรือไม่สูงนั้นจัดโดยความสัมพันธ์ กับความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือด ดังนี้คือ
- ระดับสูงมาก คือ 500 มิลลิกรัมหรือมากกว่าต่อ 100 ลบ.ซม. ของเลือด
- ระดับสูง คือ 200 มิลลิกรัมต่อ 100 ลบ.ซม. ของเลือด
- ระดับกลาง คือ 150 ถึง 199 มิลลิกรัม ต่อ 100 ลบ.ซม. ของเลือด
- ระดับปกติ คือ 1498 มิลลิกรัมหรือต่ำกว่า ต่อ 100 ลบ.ซม. ของเลือด
การควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ สามารถทำได้โดยการลดน้ำหนัก
ลดการกินของหวานหรืออาหารพวกน้ำตาล เช่น ของหวานพวกทองหยิบ ฝอยทอง คุกกี้ น้ำอัดลม ฯลฯ
ลดการบริโภคแอลกอฮอล์ และไขมันอิ่มตัว

การลดน้ำหนักและการออกกำลังกายโดยทำการออก กำลังกาย 30 นาที ต่อวัน ทุกวัน
หรือเกือบทุกวันสามารถช่วยลดน้ำหนักตัวและระดับไตรกลีเซอไรด์ได้
อาหารที่ได้รับการแนะนำว่าดี คือ เนื้อปลาที่อุดมด้วยกรดไขมันโอเมกา 3 เช่น แมคคอรอล เทราท์ แฮริง ซาร์ดีน ซึ่งเป็นปลาเขตหนาวจะมีกรดไขมันโอเมกา 3 มากกว่าปลาที่อยู่ในเขตร้อน แทนที่การกินเนื้อหมู เนื้อวัวที่มีไขมันอิ่มตัวมากและเป็นผลเสียต่อสุขภาพ โดยจากผลการวิจัยพบว่า กรดไขมันโอเมกา 3 ช่วยลดไตรกลีเซอไรด์และเพิ่มระดับ DHL Cholesterol ทำให้ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจขาดเลือด และอัมพฤกษ์อัมพาตได้
ถ้าการควบคุมอาหารและการออกกำลังกายไม่ช่วยให้ระดับไตรกลีเซ อไรด์ลดลง ก็จำเป็นต้องใช้ยาลดไตรกลีเซอไรด์ ซึ่งส่วนมากจะมีราคาแพง เช่น ยากลุ่ม fibrates เป็นต้น หรือยากลุ่ม Niacin เช่น Niaspan ยาพวกนี้สามารถช่วยลดระดับไตรกลีเซอไรด์ได้ แต่การใช้ยาควรอยู่ในวิจารณญาณของแพทย์มากกว่าที่คนไข้จะไปเที่ยวซื้อยากิน เอง พยายามออกกำลังกายและควบคุมอาหารจะดีที่สุด เพราะทำให้เกิดผลดีต่อร่างกายและจิตใจโดยรวม ที่สำคัญไม่เปลืองเงินมากด้วยครับ

วันพุธที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ยา อาหารเสริม ที่ไม่ควรกินคู่กัน

 
หากคุณมั่นใจว่าผู้ป่วยเลือดจาง ต้องกินอาหารเสริมในกลุ่มธาตุเหล็กให้มาก "คุณคิดผิด" หมอกฤษดาแจกแจงคู่ยา "มิตร-ศัตรู" ให้เข้าใจกันชัดๆ

“Good things come in pair” ดังวลีฝรั่งนี้ที่บอกว่าของทุกอย่างมีคู่แฝดอยู่เสมอ อาจเป็นแฝดเหมือนหรือแฝดต่างก็ได้ ซึ่งก็พ้องกับทางพระที่ว่า กุสลาธัมมา อกุสลาธัมมา และโลกธรรมแปดที่เล่าถึงคู่แห่งสัจธรรมในโลกนี้ มีสุขแล้วก็มีทุกข์ มีสรรเสริญก็ย่อมมีนินทา มีลาภก็ย่อมมีเสื่อมลาภได้ดังนี้เป็นต้น

ดังนั้น ในเรื่องของโอสถรักษาโรคก็ย่อมต้องมีคู่แฝดของมัน ที่ต้องมีทั้งแฝดที่ดีและแฝดที่ร้ายคล้ายเทวากับซาตานซึ่งเคยมีกรณีที่ถึง แก่ชีวิตมาแล้ว ซึ่งโดยมากมักเกิดจาก “ความไม่รู้” ในฤทธิ์อันไพศาลของยาแต่ละเม็ดที่กินอยู่ โดยเราจะค่อยมาดูกันไปทีละแฝดครับ
แฝดที่ดี

วันพุธที่ 3 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ท้องเสีย! จุลินทรีย์ดี-ร้ายไม่สมดุล

‘จุลินทรีย์’ สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในร่างกายของเรา และอย่างที่เคยกล่าวไว้ว่าจุลินทรีย์มีทั้งชนิดที่ให้คุณและให้โทษ โดยต้องรักษาให้จำนวนจุลินทรีย์สองชนิดนั้นอยู่ในระดับสมดุลแล้วร่างกายจะ แข็งแรง

และวันนี้ ‘ภาษาหมอ’ มีจุลินทรีย์ตัวดีมาแนะนำให้รู้จัก อย่าง ‘บิฟิโดแบคทีเรีย’ อาศัยอยู่ในลำไส้ ช่วยป้องกันสารพิษดูดซึมผ่านเข้าสู่ร่างกาย สร้างกรดแลคติคและกรดไขมันห่วงโซ่สั้นที่ช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ตัวที่ทำให้คนเราเกิดอาการท้องเสีย เช่น E.Coli, Clostridium perfringens, Salmonella spp. และยังช่วยกระตุ้นการสร้างวิตามิน เพิ่มการดูดซึมวิตามินและแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกาย 

อีกตัวมีชื่อว่า ‘แลคโตบาซิลไล’ คอยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกันตามธรรมชาติ แย่งอาหารของจุลินทรีย์ตัวร้ายทำให้ไม่สามารถก่อโรคได้

แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่ว่า เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น จุลินทรีย์ตัวดีจะลดจำนวนน้อยลงกว่าตัวร้าย จึงทำให้ผู้สูงอายุมักมีปัญหาเรื่องการขับถ่าย อุจจาระสีคล้ำและเหม็นมาก รวมทั้งภูมิต้านทานลดลง ทำให้ป่วยเป็นโรคต่าง ๆ ง่าย

เมื่อเป็นเช่นนั้น ‘พรีไบโอติก’ หรือกลุ่มหนึ่งของอาหารฟังก์ชั่น มีหน้าที่มากกว่าอาหารที่ให้ความอิ่ม จึงเข้ามาเป็นตัวช่วยคงสภาพความสมดุลของจุลินทรีย์ เพราะมีคุณสมบัติป้องกันและรักษาโรค เนื่องจากพรีไบโอติกมีสารที่ร่างกายย่อยไม่หมด หรือลำไส้ส่วนบนไม่สามารถย่อยได้จึงถูกส่งต่อไปยังลำไส้ใหญ่เพื่อให้เป็น อาหารของจุลินทรีย์ตัวดี ไม่ให้ถูกลดจำนวนลง

พรีไบโอติกซึ่งกำลังได้รับความนิยม คือ อินนูลิน และโอลิโกฟรุกโตส พบมากในรากชิโครี อาร์ติโชก หัวหอม หัวหอมใหญ่ ต้นหอม กระเทียม ถั่วเหลือง หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศ หรือกล้วย 


บทความจาก เดลินิวส์ วันอังคาร ที่ 29 ธันวาคม 2552

ตั้งค่าระบบขับถ่าย

ดูและระบบขับถ่ายเราให้ดีสุขภาพก็จะดีด้วย โดยหลังจากการรับประทานอาหารสู่ระบบการย่อยที่เริ่มจากปาก กระเพาะ ลำไส้เล็ก ไปถึงลำไส้ใหญ่ อวัยวะยาว 5-7 ฟุต รับหน้าที่ย่อยอาหารชนิดที่ย่อยไม่ได้ในอวัยวะก่อนหน้า หากเป็นน้ำหรือสารอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายก็จะถูกดูดซับไว้ และในทางตรงกันข้ามหากเป็นกากหรือของเสียก็จะถูกขับออกจากร่างกายภายใน 1-2 วัน แต่ถ้ามีอาการท้องผูกหรือไม่สามรถขับถ่ายได้ทุกวันเป็นกิจวัตร ของเสียคงค้างจากการย่อยสลายเหล่านั้นจะบูดเน่า กลายเป็นสารพิษที่ถูกดูดกลับเข้ากระแสเลือด ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอ นานวันเข้าอาจเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ สำหรับสัญญาณเตือนจากร่างกายที่บ่งบอกว่า คุณควรดูแลระบบขับถ่ายเสียใหม่ คือ ระบบ ขับถ่ายไม่ดี ท้องผูก เป็นริดสีดวงทวาร ปวดท้อง ท้องเสียบ่อย ลำไส้อักเสบ ผิวพรรณหมองคล้ำ ไม่สดใส เป็นผดผื่น แพ้ง่าย เกิดแผลร้อนในบริเวณช่องปากเป็นประจำ มีกลิ่นปาก-กลิ่นตัว รู้สึกเบื่ออาหาร ท้องอืดและผายลมบ่อยครั้ง รวมทั้งปวดศีรษะ รู้สึกหวานๆ ร้อนๆ คล้ายจะเป็นไข้ และภูมิต้านทานต่ำ 


ในความเป็นจริงนั้น ภายในลำไส้จะมีจุลินทรีย์มากกว่า 400 ชนิด เป็นล้านล้านตัว ที่มีทั้งให้ประโยชน์และก่อให้เกิดโทษแก่ร่างกาย สำหรับชนิดที่มีประโยชน์ เช่น บิฟิโดแบคทีเรีย หรือแลคโตบาซิลไล สามารถช่วยป้องกันสารพิษไม่ให้ร่างกายดูดกลับสู่กระแสเลือด รวมทั้งคอยกระตุ้นการสร้างภูมิคุ้มกัน แย่งอาหารจากจุลินทรีย์ตัวร้าย โดยจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์จะลดจำนวนลงเมื่อมีอายุมากขึ้น รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง แต่ก็มีสารอาหารบางอย่างช่วยเพิ่มจำนวนจุลินทรีย์ตัวดีได้
 
 บทความจาก เดลินิวส์ วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม 2552

วันพุธที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2552

โปรไบโอติก คืออะไร? (Probiotic)

โปรไบโอติก Probiotic  เป็นจุลินทรีย์ที่มีชีวิตที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของคนและสัตว์ จุลินทรีย์ในกลุ่มนี้ทำให้เกิดสมดุลของจุลินทรีย์ในทางเดินอาหาร โดยการเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ให้มากขึ้น และลดปริมาณจุลินทรีย์ที่เป็นโทษ
จุลินทรีย์โปรไบโอติกได้แก่เชื้อจุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรียแลคติก โดย เฉพาะเชื้อ Lactobacillus acidophilus และ Bifidobacterium spp. มีการนำจุลินทรีย์กลุ่มนี้มาผลิตอาหารหลายชนิด ได้แก่ ผลิตภัณฑ์นมหมัก ผักดอง และเนื้อหมัก และมีการผลิตในรูปของแคปซูลและเม็ดออกมาจำหน่ายตามท้องตลาด นอกจากนี้มีการนำไปใช้ในอาหารสัตว์เร่งการเจริญเติบและป้องกันการเกิดโรค
แบคทีเรียที่ดี มีประโยชน์ต่อเรานี้ อาศัยอยู่ในลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ของเรา ตั้งแต่เราเกิดเป็นทารก ทำ หน้าที่ช่วยย่อยอาหารและผลิตสารอาหารที่ดีมีประโยชน์ให้กับเรา ได้แก่ กรดอะมิโน กรดแลคติก พลังงาน ไวตามินเค ไวตามินบี และสารปฏิชีวนะธรรมชาติหลายชนิด 
ประโยชน์ต่อร่างกาย

วันจันทร์ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ข้าวกล้องงอก Grminated brown rice หรือ GABA-rice



วันนี้มาทำความรู้จักกับข้าวกล้องงอกที่กำลังฮิตรับประทานกันในหมู่คนรักสุขภาพ ผมเชื่อว่าหลายคนรู้จักแต่ชื่อแต่ว่าไม่รู้ว่าไอ้ข้าวกล้องงอกที่ว่านะมันเป็นข้าวอะไรกันเหรอ มันก็คือข้าวกล้องที่งอกนั่นแหละ แป่ว

ข้าวกล้องงอกก็คือข้าวกล้องที่มีขายกันอยู่ทั่วไป แต่นำมาแช่น้ำข้ามคืนประมาณ 8-12ชั่วโมง น้ำจะซึมเข้าไปในเมล็ดข้าวกล้องและจะไปทำปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้ส่วนที่เป็นจมูกข้าวงอกออกมาเป็นปุ่มเล็กๆ สีขาวขุ่นตรงปลายเมล็ดข้าว เราก็จะได้ข้าวกล้องงอกแล้ว(หากแช่น้ำต่อไปเรื่อยๆปุ่มที่งอกขึ้นมาก็จะยาวขึ้นกลายเป็นรากของต้นข้าว บางส่วนก็จะยาวออกมาเป็นต้นกล้าด้วย) โดยเราต้องการแค่ให้งอกเป็นปุ่มเล็กๆก็พอนะครับ

ข้าวกล้องคือ เมล็ดข้าวที่ยังมีชีวิตอยู่ พอเมล็ดข้าวสัมผัสกับน้ำก็พร้อมจะเจริญเติบโตขึ้นเป็นต้นข้าวเล็กๆ โดยนักวิจัยและนักวิทยาศาสตร์ได้ติดตามการเจริญเติบโตของเมล็ดข้าวกล้อง พบว่าช่วงที่ข้าวกล้องเริ่มงอกเป็นปุ่มเล็กๆ นั้น เมล็ดข้าวกล้องจะสังเคราะห์สารอาหารที่เป็นประโยชน์ออกมามากมายโดยสังเคราะห็จากเน้อแป้ง โปรตีน ไขมัน วิตามิน เกลื่อแร่ ซึ่งมีอยู่ในเมล็ดข้าว เพื่อเตรียมให้จมูกข้าวเจริญเติบโตเป็นต้นข้าวและเป็นรากที่แข็งแรงต่อไป โดยรากที่งอกออกมาจากเมล็ดข้าวก็พร้อมที่จะดูดสารอาหารจากดินเข้าสู่ลำต้นกล้าเล็กๆของข้าวให้กลายเป็นต้นข้าวที่สมบูรณ์พร้อมที่จะออกรวงต่อไป

ดังนั้น ข้าวกล้องที่งอกเป็นปุ่มเล็กๆในทุกเมล็ดข้าวก็จะมีคุณค่าทางอาหารสูงต่อร่างกายและสมองของเราอย่างยิง โดยสารอาารที่เป็นประโยชน์ที่นักวิจีย-นักวิทยาศาสตร์ตรวจพบในรายการใหญ่ๆคือ สารแกรมมาอะมิโนบิวทีริกแอซิด(gramma-aminobutyric acid) หรือที่เรียกสั้นๆว่า GABA ซึ่งมีคุณสมบัติเป็นสารสื่อประสาท รักษาความสมดุลทางสมอง ทำให้ไม่เครียดผ่อนคลาย นอนหลับสบาย ลดอาการอัลไซเมอร์ และจะไปกระตุ้นต่อมไร้ท่อที่ทำหน้าที่ผลิดโฮโมนที่ช่วยในการเจริญเติบโต กล้ามเนื้อกระชับ ป้องกันการสะสมของไขมัน ทำให้ไม่อ้วนง่ายและผิวพรรณดี อีกทั้งโปรตีนในจมูกข้าวก็จะถูกเอนไซม์ย่อยและทำให้เกิดเป็น กรดมิโและเปปไทด์ รวมถึงสารแกรมมาออไรซานอล(gramma-oryzanol)โทโคฟิรอล(Tocopherol) โทโคไตรอินอล(Tocotrienol) ซึ่งล้วนแต่ช่วยในระบบความจำ และระบบประสาททางสมอง ซึ่งเป็นพื้นฐานของความคิดอารมณ์ และการตัดสินใจที่ดีขึ้น

รับประทานข้าวกล้องทุกวันเหมือนรับประทานข้าว ก็จะทำให้สุขภาพดีทั้งร่างการและจิตใจ สมองความคิดปลอดโปร่งอิ่มนาน ไม่หิวง่ายเหมือนรับประทานข้าวขาว เพราะข้าวกล้องมีไฟเบอร์ทำให้อยู่ท้องนานก่าว จึงทำให้ไม่อ้วนง่าย

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

วิตามินเพื่อดวงตาที่สดใส Vitamin A for Beautiful Eyes


แน่นอนที่สุดว่าวิตามินที่ทำให้ดวงตาสดใสปิ๊งปั๊ง คือ “วิตามินเอ” นั่นเองครับ เพราะวิตามินเอมีสารลูทีนและซีเซนทีน ที่ช่วยในเรื่องของการบำรุงดวงตาของเราให้ชุ่มชื่นและเปล่งประกายสวยงาม นอกจากนี้ยังช่วยในการเจริญเติบโตของกระดูกและฟัน แต่ในปัจจุบันนี้ได้มีการนำประโยชน์ของวิตามินเอที่มีต่อผิวหนังมาใช้ในการดูแล ผิวพรรณ เนื่องจากวิตามินเอมีคุณสมบัติช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์บุผิวและ พัฒนาการของเซลล์ สามารถยับยั้งการแบ่งตัวและการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ รวมทั้งช่วยลดการอักเสบของเซลล์อีกด้วย

เครื่องดื่มกับกรุ๊ปเลือด

ใคร เลยจะรู้ว่าเครื่องดื่มที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุต่างๆอันจำเป็นต่อร่างกายอย่าง น้ำผัก ผลไม้จะส่งผลทางลบต่อสุขภาพของเราได้ ผมได้อ่านบทความหนึ่งซึ่งน่าสนใจเอามากๆ นั่นก็คือเครื่องดื่มที่เหมาะและไม่เหมาะต่อเราโดยอ้างอิงตามกรุ๊ปเลือดของ เรานั่นเอง


เลือดกรุ๊ปโอ

จะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก และเมื่อเกิดการสะสมแป้ง ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล และจะกลายเป็นโรคเบาหวานและทำให้อ้วนง่าย อาหารที่ควรทานคืออาหารจำพวกสาหร่าย เกลือไอโอดีน อาหารทะเล และควรกินตับ กินบลอกโคลี ผักโขม เพราะจะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพการเผาผลาญมากขึ้น

เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ น้ำสัปปะรด น้ำลูกพรุน แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอบเปิล น้ำส้ม น้ำกระหล่ำปลี



เลือดกรุ๊ปเอ

กรุ๊ปนี้จะตรงข้ามกับกรุ๊ปโอแทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ เพราะหากกินมากเกินไปร่างกายจะไม่ยอมย่อย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง หากต้องการกินเนื้อจริงๆ ควรบริโภคแค่เนื้อไก่เพราะไม่มีไขมันมาก หรือกินถั่วเหลืองแทนเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่นไส้กรอก แฮม เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ควรหันมากินผักและอาหารจากถั่วเหลือง เพื่อช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ

เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอ คือ น้ำแอปปริคอต น้ำแครอต น้ำเซเลรี(ขึ้นช่าย) น้ำเกรปฟรุต น้ำสัปปะรด น้ำมะนาว เพราะมีวิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ



เลือดกรุ๊ปบี

เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงควรกินอาหารจำพวกผักใบเขียว ตับ ไข่ นมไขมันต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ

เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปบี คือ น้ำกระหล่ำปลี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น น้ำมะละกอ น้ำสัปปะรด แต่ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศ



เลือดกรุ๊ปเอบี

คนเลือดกรุ๊ปนี้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น บรอกโคลี เชอร์รี่ ส้มโอ ส้มเช้ง กะหล่ำปลี

เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอบี คือ น้ำแครอท น้ำเซเลรี(ขึ้นช่าย) น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น และน้ำมะละกอ เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก

จากเว็บบอร์ด Thaimiss.com ครับ

ให้สารอาหารกับผิวหน้าและร่างกาย เพื่อคืนความอ่อนเยาว์


ให้สารอาหารกับผิวหน้าและร่างกาย เพื่อคืนความอ่อนเยาว์

ริ้วรอยบนผิวหนังของมนุษย์นั้นเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ รวมถึงลักษณะทางพันธุกรรมด้วย การผลิต stem cell ที่ไม่เพียงพอต่อการซ่อมแซมและทดแทนของเนื้อเยื่อ การถูกทำลายด้วยปฎิกิริยาทางเคมีและการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมี แต่การรับประทานอาหารที่เป็นผลไม้มากๆ ผัก และสารอาหารอื่นๆ ที่มีคุณค่าทางอาหาร และรับประทานอาหารเสริม จะพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างช้าๆ ซึ่งเป็นการบำรุงผิวเราไปด้วยในตัว ดังนั้นเมื่อเวลาผ่านไปผิวก็ยังคงเนียนเรียบและไม่มีริ้วรอย
ในขณะที่อายุมากขึ้น สารต่างๆ ในร่างกาย เช่น DHEA และ Alpha Lipoic Acid ก็จะลดลงอย่างต่อเนื่องและเห็นได้ชัด ผลที่ได้ก็คือ ความสมดุลที่ช่วยให้ร่างกายอ่อนเยาว์ก็จะลดลง และเร่งให้แก่เร็วขึ้น การเปลี่ยนแปลงอาหารการกินและการรับประทานอาหารเสริมนั้นก็เพื่อคงความสมดุลให้กับร่างกายที่เคยสร้างความอ่อนเยาว์ และความมีสุขภาพดีให้คงอยู่ต่อไป กินอะไรก็ได้อย่างนั้น และรวมถึงผิวพรรณของเราด้วย

รอยเหี่ยว รอยย่น รอยตีนกาเกิดขึ้นจากอะไร

รอยเหี่ยว รอยย่น รอยตีนกาเกิดขึ้นจากอะไร
สาเหตุของรอยเหี่ยวรอยย่นทั้งหลายแบ่งง่ายๆได้ 2 ประการ

1) ปัจจัยที่เกิดจากภายในตัวของคุณเอง ซึ่งได้แก่

-อายุมากขึ้น ต่อมเหงื่อและต่อมไขมันก็ลดขนาดลง ผลิตน้ำให้ความชุ่มชื้นกับเซล และป้องกันน้ำระเหยออกจากเซลได้น้อยลง

-supporting collagen และ elastic fiber มันเสื่อมไปตามวัย ทำให้ผิวเหี่ยวลง รวมถึงอนุมูลอิสระ หรือโมเลกุลของออกซิเจนที่ไม่เสถียรทำให้เซลผิวหนังเสื่อมลงและเกิดริ้วรอย

-ฮอร์โมน

-กรรมพันธุ์ ลองสังเกตดูว่าถ้าพ่อแม่ของคุณมีริ้วรอยง่ายๆ คุณก็ดูเหมือนจะมีริ้วรอยก่อนวัยง่ายตามไปด้วย

วันศุกร์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2552

น้ำทับทิม



ทุกท่านคงเคยเห็นลูก ทับทิมกันแล้ว เป็นผลไม้ที่สวยงามและมีกลิ่นหอมมาก ทับทิมสามารถปลูกได้ในประเทศไทย แต่ที่แท้จริงเป็นผลไม้ที่มีต้นกำเนิดมาจากเปอร์เซีย (ประเทศอิหร่านในปัจจุบัน) และมีแถบอินเดียตอนเหนือบริเวณเทือกเขาหิมาลัย ในเมืองไทย ทับทิมดูจะเป็นผลไม้ที่ศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่นิยมนำไปถวายแด่พระแม่กวนอิม ในประวัติศาสตร์พบว่าได้มีการนำทับทิมมาทำเป็นยารักษาโรคตั้งแต่ 8,000 ปีมาแล้ว ในประเทศเปอร์เซียโบราณมีความเชื่อว่า คุณค่าทางอาหารทุกชนิดที่มีอยู่ในผลไม้ต่างๆ นั้น รวมกันอยู่ในทับทิม ทับทิมเป็นผลไม้ที่ได้รับการเพาะปลูกอย่างแพร่หลาย โดยมีการใช้ทับทิมเป็นสัญลักษณ์ของผลไม้ ถือว่าเป็นผลไม้จากสวรรค์หรือเป็นของขวัญจากพระเจ้า ทับทิมในตำราแพทย์สมัยโบราณ ในผลทับทิมมีวิตามินมากมายหลายชนิด รวมทั้งแมกนีเซียมและแคลเซี่ยม ซึ่งมีประโยชน์ต่อระบบฟอกโลหิต และ ระบบการหมุนเวียนในร่างกาย ในตำราแพทย์โบราณของเปอร์เซีย (ซึ่งถือว่าเป็นต้นตำรับของวิชาแพทย์ตะวันตกในปัจจุบัน) ระบุว่าทับทิมมีประโยชน์ดังต่อไปนี้

ตับนั้นสำคัญไฉน


ตับ เป็นอวัยวะสำคัญของร่างกาย เนื่องจากมีหน้าที่สำคัญในการขจัดสารพิษออกจากร่างกาย โดยมีตำแหน่งอยู่บริเวณช่องท้องด้านขวา หนักประมาณ 4 ปอนด์ ลักษณะของตับจะเป็นเหมือนฟองน้ำซึ่งมีรูพรุนภายในจำนวนมากและภายในช่องว่างเหล่านั้นจะมีเลือดบรรจุอยู่ สำหรับเส้นเลือดที่มาเลี้ยงตับ จะมาจาก 2 แหล่งด้วยกัน แหล่งแรกเป็นเส้นเลือดแดงที่มาจากหัวใจ แหล่งที่สองเป็นเส้นเลือดดำที่มาจากบริเวณลำไส้ ซึ่งจะนำสารอาหาร ตลอดจนสารพิษต่างๆมายังตับ ก่อนที่จะไปยังส่วนอื่นของร่างกาย ตับจึงเป็นด่านแรกที่จะรับมือกับสารพิษเหล่านั้นโดยตร